ชวนเตือนถูกเสื้อแดงขว้างไข่อย่าโทษจนท.
posted on 09 Jan 2009 15:21 by fernsterno
*ตีไปก็ตีกันมา ไม่จบซะที เหอะๆ การเมืองเราย้ำแย่เนอะครับ เราจะไปทำอะไรด้าย ก็ต้องดูผู้ใหญ่ต่อไป
*ผมเกลียดผู้ใหญ่สมัยนี้ โดยเฉพาะพวกหัวงู เด๋วจัดเหมือนหนัง บัทเทิลรอเยิล ภ.2 ซะเลยนิ
สืบ เนื่องจากกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ โดนกลุ่มคนเสื้อแดงปาไข่และเลือดหมูระหว่างไปช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ จ.ลำปาง ลำพูนและเชียงใหม่ ล่าสุดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ขู่จะเล่นงานข้าราชการที่รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยระบุว่าจะให้เห็นผลภายใน 3 เดือน
“อภิสิทธิ์” กำชับ จนท.ดูแลม็อบ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ขู่จะดำเนินการกับผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ และข้าราชการ ที่ปล่อยให้ม็อบเสื้อแดงปาสิ่งของใส่นักการเมืองที่ไปรณรงค์หาเสียงว่า ไม่ใช่เรื่องของการข่มขู่ข้าราชการ แต่เป็นเรื่องที่ช่วยกำชับให้เจ้าหน้าที่ช่วยรักษาความเรียบร้อย การใช้สิ่งของขว้างปาผู้อื่นถือว่าไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ต้องดูแลให้เกิดความเรียบร้อย เมื่อคืนวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการขว้างปาสิ่งของใส่เวทีการเมืองที่ จ.บุรีรัมย์ เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ดังนั้น ต้องให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไม่ปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นสิ่งที่ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาต่อไป ส่วนที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่ารัฐบาลต้องดูแลเรื่องนี้ เพราะมีการทำเป็นกระบวนการนั้น บ่ายวันเดียวกันนี้ จะมีการหารือกับผู้รับผิดชอบ เพราะต้องการให้มีการรักษากฎหมาย แม้การแสดงออกการใช้สิทธิเสรีภาพจะทำได้ แต่การทำร้ายกันไม่ควรเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะรูปแบบใด
ย้ำให้ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงโดยใช้เวลาในการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงยืนยันจะบุกคัด ค้านการประชุมอาเซียนซัมมิต ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯว่า ฝ่ายที่ดูแลความปลอดภัยยืนยันว่าสามารถดูแลได้ เมื่อถามว่าหากมีการบุกจริงต้องมีการผ่านเขตพระราชฐานจะมีปัญหาหรือไม่ นายกฯตอบว่า คงไม่เกี่ยวข้องกับตรงนั้น ฝ่ายที่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยมั่นใจว่าจะควบคุมสถานการณ์อยู่ เมื่อถามว่าความคืบหน้าของคดีการปิดสนามบินและยึดทำเนียบฯของกลุ่มเสื้อ เหลืองดำเนินการถึงไหน นายกฯตอบว่า ได้บอกกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ว่า ต้องดำเนินการให้เกิดความชัดเจน กรณีที่มีการทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้นจากคนทั้งสองฝ่าย ก็ต้องทำให้เห็นว่าการปฏิบัติต้องเท่าเทียมกัน ใครที่ใช้ความรุนแรงต้องดำเนินการทันที ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีไหนก็ตามต้องทำให้เห็น ถ้าถามในใจก็อยากให้เสร็จเร็วและได้สอบถาม ผบ.ตร.แล้วได้รับคำตอบว่า คงใช้เวลาเป็นเดือนกว่าคดีเหล่านี้จะเสร็จสิ้น เพราะมีแง่มุมกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลากหลาย
“สุเทพ” จี้จัดการเว็บหมิ่นสถาบัน
นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้มีการหารือถึงความร่วมมือในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า ขณะนี้มีสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบัน จึงได้ขอ ความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงไอซีที กระทรวงยุติธรรมและ สตช. เพื่อซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติโดยกำหนดกรอบและยึดหลักว่า การนำเสนอข่าวของสื่อต้องมีอิสระและเสรีภาพ แต่ต้องไม่ละเมิดสถาบันที่เคารพสักการะของประชาชน ในทางปฏิบัติหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปดำเนินการอย่างจริงจัง จากนี้จะมีการติดตามประเมินสถานการณ์ และนัดประชุมกันบ่อยครั้งยิ่งขึ้น เมื่อถามว่าในที่ประชุมมีการหารือกรณีม็อบกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ที่ประชุมไม่ได้ พูดเรื่องการแก้ปัญหาม็อบเสื้อแดง เมื่อถามว่า การละเมิดสถาบันนอกจากมีการดำเนินการผ่านเว็บไซต์ ยังมีการดำเนินการผ่านวิทยุชุมชน รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพตอบว่า การละเมิดสถาบัน ไม่ว่าจะผ่านทางสื่ออะไร รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องจัดการ รวมทั้งเว็บไซต์ จากต่างประเทศแม้จะควบคุมไม่ได้ แต่ก็สามารถพูดคุยได้ ขณะนี้ต่างประเทศเข้าใจมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายประเทศไทย เมื่อถามว่า ได้รับรายงานหรือไม่ว่าเว็บไซต์ที่ละเมิดสถาบันมีกี่เว็บไซต์ นายสุเทพตอบว่า เข้าใจว่าไม่ถึงหลักร้อย เพราะทางการเมืองได้ปิดบ้างเปิดบ้าง แต่ยืนยันว่าทั้งหมดจะต้องเร่งดำเนินการ
ขู่ ตร.หากไม่จัดการจะโดนเล่นงาน
เมื่อ ถามถึงกรณีที่เกิดเหตุปะทะกันที่ จ.สมุทรปราการและบุรีรัมย์ ในฐานะที่ดูแลความมั่นคงจะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร รองนายกฯตอบว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้ ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้น เรื่องนี้นายกฯได้ให้นโยบายชัดเจนว่า ไม่มีการสกัดกั้นการแสดงออกของประชาชน แต่ต้องไม่ล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น จนถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน ถ้าเป็นเช่นนี้รัฐบาลจะไม่ยอม หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการก็จะเล่นงานตำรวจด้วย ไม่ต้องให้ใครไปแจ้งความตำรวจต้องรีบดำเนินการ เมื่อถามว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า ให้มีการล้างบางเจ้าหน้าที่ตำรวจในบางหน่วยที่สกปรก นายสุเทพตอบว่า ถูกต้องแล้ว เพราะตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย เป็นผู้รักษากฎหมาย หากตำรวจเข้าด้วยช่วยเหลือผู้กระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการด้วย ขณะนี้รัฐบาลอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ และประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ แต่จะให้รวดเร็วคงไม่ได้ และต้องให้ความเป็นธรรมกับอนาคตของผู้ปฏิบัติงานด้วย คาดว่าคงจะเห็นผลภายใน 3 เดือน
ยังตามตื๊อขอนัดเจรจากับ “ทักษิณ”
นาย สุเทพกล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างรอสัญญาณว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะติดต่อกลับมาเมื่อไหร่ เมื่อถามว่า มั่นใจได้อย่างไรว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะยอมเจรจาด้วย นายสุเทพตอบว่า การเจรจาไม่มีอะไรที่เสียหาย เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเคยคุยกับตนในหลายเรื่อง มีทั้งการแนะนำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ และก็พร้อมที่จะเจรจาตลอดเวลา จะพยายามทำต่อไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ การเจรจาไม่ได้ยื่นข้อเสนอหรือเงื่อนไขให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะคิดว่าไม่มีเรื่องเสียหายที่จะคุยกัน หากการพูดคุยบรรลุผลก็สามารถร่วมมือกันได้ ทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยถือเป็นเรื่องดี ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ร่วมมือด้วยก็ไม่ขาดทุนอะไร วันนี้ อยากให้มองโลกในแง่ดี
“ชวน” เตือนลูกพรรคอย่าโทษ จนท.
นาย ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ขู่ล้างบางขั้วอำนาจเก่าว่า ได้บอกแล้วว่าไม่ควรตำหนิผู้ว่าราชการจังหวัดและ ผบก.ภ.จ. เพราะเขาคงไม่อยากให้เกิดเหตุ แต่คนที่เตรียมสร้างสถานการณ์ได้เตรียมตัวมาแล้ว ใครจะไปคุมก็คงคุมได้ในระดับหนึ่ง เพราะการแสดงออกทางการเมืองคงต้องมี ใครจะไปเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน หรือจุดไหนก็ตาม ก็ไม่จำเป็นต้องไปบอกผู้ว่าฯ ถึงจะได้รับการคุ้มครอง เพียงแต่ว่าฝ่ายบ้านเมืองก็มีหน้าที่ดูแลความสงบ แม้จะไม่มีใครบอกก็มีหน้าที่ต้องดูแลอยู่แล้ว เหตุเกิดแล้วจะไปโทษผู้ว่าฯ ผู้การไม่ดีคงไม่ได้ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องความผิดพลาด เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนสงสารมากขึ้นหรือไม่ นายชวนตอบว่า อยู่ที่ชาวบ้าน แต่คิดว่าการกระทำที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อชาวบ้าน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ชอบวิธีการรุนแรงสกปรก พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าศึกษา เพราะเป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติเหมือนไม่ใช่คน เหมือนถูกปล่อยออกมาจากคอกมีอาการกราดเกรี้ยว ก้าวร้าวขนาดนักเลงบ้านนอกตีกันยังไม่ถึงขนาดนี้
อัดม็อบเสื้อแดงกระทำเกินขอบเขต
นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการที่กลุ่มคนเสื้อแดงขู่จะมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลทุกวันว่า ไม่เป็นไร เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่กลุ่มเสื้อแดงน่าจะรู้ว่า ขณะนี้ประชาชนคิดอย่างไรกับพฤติกรรมของคนเสื้อแดง เพราะพฤติกรรมหลายเรื่องเกินเลยขอบเขตการเรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญ กลายเป็นการก่อกวน ไม่เหมาะสม ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เชื่อว่าเป็นเรื่องของคนกลุ่มน้อย แต่คนกลุ่มใหญ่เข้าใจว่าประเทศต้องเดินไปข้างหน้า จะมาทะเลาะกันเองไม่ใช่เวลาแล้ว ส่วนการจัดประชุมผู้นำอาเซียน ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ คงไม่มีการย้ายสถานที่อีกแล้ว โดยการจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมคงต้องใช้วิธีเจรจา ทำความเข้าใจ ยังมองไม่เห็นว่า จะมาชุมนุมด้วยเหตุผลอะไร โดยเฉพาะคนที่จะมายื่นหนังสือถึงสถานทูตต่างๆนั้น เป็นเรื่องน่าเสียดาย บางคนเคยเป็น รมว.ต่างประเทศ น่าจะรู้ว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เป็นผลประโยชน์ที่คนไทยทั้งประเทศจะได้รับ เป็นภาพพจน์ที่ดีของคนไทยในสายตาโลก เชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงมีวิธีเตรียมการดูแลความปลอดภัยไว้แล้ว
“ถาวร” ยืนยันไม่ได้ข่มขู่คุกคาม ขรก.
นาย ถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมขว้างปาก่อนหินและไข่ใส่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. ขณะขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ.บุรีรัมย์ ว่า เรื่องนี้ ผวจ.จะต้องรับผิดชอบเช่นกัน เพราะมีหน้าที่รักษากฎหมาย จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นกับฝ่ายใดก็ตาม เพราะถ้าเลือกปฏิบัติก็เท่ากับว่าบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ระบุว่าการคาดโทษเป็นการข่มขู่คุกคามข้าราชการ นายถาวรตอบว่า ไม่ได้เป็นการคุกคาม แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ อยากฝากบอกนายสุรพงษ์ด้วยว่า ขอให้นายสุรพงษ์ทำความเข้าใจในการทำหน้าที่ของรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ และได้ว่ากล่าวตักเตือน ผวจ.ตามปกติ ไม่ใช่การคุกคาม ตนรู้จักนายสุรพงษ์ดีและนายสุรพงษ์ก็รู้จักตนดีเช่นกัน
มท.มอบนโยบายหลักป้องสถาบัน
วัน เดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ได้ประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยนายชวรัตน์กล่าวว่า ให้ยึดถือแนวทางปฏิบัติคือปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นภารกิจหลัก ทุกหน่วยงานต้องช่วยกันตรวจสอบ ปกป้อง และช่วยกำจัดสื่อและบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นอันตราย เป็นภัยต่อสถาบัน และต้องรณรงค์ให้ประชาชนเข้าร่วมธำรงรักษาสถาบันหลักของชาติ
“ต้อง ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ไม่ปล่อยให้สังคมไทยตกอยู่ภายใต้ข่าวลือ ข่าวร้าย เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง หวาดระแวงและจ้องทำลายล้างกัน ต้องทำให้กฎหมาย ศักดิ์สิทธิ์ ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด ไม่มีข้อยกเว้น ต้องไม่ยอมให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายอย่างเด็ดขาด เวลามีบุคคลสำคัญของประเทศไปเยือนจังหวัดของท่าน ต้องถือว่าท่านคือผู้รับผิดชอบสถานการณ์ และต้องรักษาความปลอดภัยแก่แขกของท่านอย่างดีที่สุด ขออย่าให้มีเหตุการณ์อย่างที่เกิดกับท่านอดีตนายกฯ ที่เชียงใหม่อีก” นายชวรัตน์กล่าว
“บุญจง” กระทุ้งผู้ว่าฯให้ดูแลม็อบ
นาย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เลื่อนการประชุมอาเซียนไปที่หัวหินแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามที่จะลดการเผชิญหน้ากับประชาชนที่เห็นแตก ต่าง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่รัฐบาลเสียหน้า แต่ประเทศชาติจะเสียหน้า ดังนั้น ขอกำชับให้ ผวจ.และนายอำเภอพยายามเข้าถึงประชาชนเพื่อทำความเข้าใจให้ได้ ก่อนการประชุมอาเซียนที่จะถึงนี้ ส่วนเหตุการณ์ ความวุ่นวายที่เวทีปราศรัยหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นกรณีคล้ายกับที่เกิดขึ้นกับนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ซึ่งแม้ว่าการแสดงออกทางการเมืองจะเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ถ้าเป็นการฝ่าฝืนก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่า การก่อเหตุใน จ.บุรีรัมย์ ที่เป็นพื้นที่ของนายเนวิน เป็นลักษณะที่มีการจัดตั้งโดยนักการเมืองหรือไม่ นายบุญจงตอบว่า ไม่ปฏิเสธว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของนายเนวิน แต่จะต้องดูประเด็นที่เกิดเหตุว่าเกิดจากอะไร เท่าที่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า เป็นกลุ่มคนที่เข้ามาฟังการปราศรัยแล้วเมาสุรา ซึ่งก็สามารถจับกุมได้ 1 คน และต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดต้องดูแล เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในพื้นที่ แต่หากเป็นการทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วแล้วเหตุการณ์เกิดขึ้น ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยและทำเต็มที่แล้วก็ไม่มีเหตุจะต้องคาดโทษอะไร
ขวางผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงระวังคุก
นาย สุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงขัดขวางการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคประชาธิ ปัตย์ว่า เรื่องดังกล่าวกฎหมายไม่ได้เขียนโทษของการขัดขวางการเลือกตั้งไว้ชัดเจน แต่ก็อาจเข้าข่ายการข่มขู่ตามประมวลกฎหมายอาญาได้ และถ้ามีการขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ผู้สมัคร ส.ส.ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 53 (5) ต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดสิบปี ทั้งนี้ ต้องดูที่ กกต.จว.ด้วยว่า มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขอเตือนผู้ที่กระทำว่า การแสดงออกสามารถที่จะแสดงออกได้แต่ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องจับ หากจะอ้างว่าคนอื่นทำได้เราก็ทำได้ อย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง และขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาผู้ที่ถูกกระทำน่าจะร้องเรียนเข้ามา เพื่อสอบข้อเท็จจริง
พร้อมรับมือเสื้อแดงป่วนเลือกตั้ง
นาย สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีคนเสื้อแดงอาจสร้างความวุ่นวายในวันเลือกตั้งซ่อมว่า กกต.ได้ประสานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจะมีการตั้งศูนย์อำนวยการดูแลความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง รวมถึงกำชับ ผอ.กต.เขตและจังหวัด ให้คอยเฝ้าระวังติดตามหาข่าว และประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีความไม่สงบของกลุ่มคนที่จะมาชุมนุมนั้น ถ้าหากเป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมายอาญา ทางตำรวจจะดำเนินการ ทั้งนี้ ถ้าเกิดเหตุความวุ่นวายมาก กฎหมายได้ให้อำนาจ ผอ.กต.เขตสามารถเปลี่ยนสถานที่ จัดเลือกตั้งใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ขอวิงวอนทุกฝ่ายได้เห็น แก่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองควรเจรจากันอย่างสันติ ส่วนการจะแสดงพลังทางการเมืองก็ขอให้กระทำอย่างสงบ อย่าสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
เพื่อไทยขึ้นโรงพักแจ้งจับเสื้อแดง
ที่ จ.บุรีรัมย์ สายวันเดียวกัน นายจำรัส เวียงสงค์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ทองดี วิชชุมธาลักษณ์ สารวัตรเวร สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ก่อเหตุวุ่นวายขว้างปาขวดน้ำ ก้อนหินและไข่เน่าขึ้นไป บนเวทีปราศรัย ขณะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. กำลังปราศรัยกับผู้สนับสนุน จนต้องวิ่งหลบหนีกันกระเจิง และต้องหยุดการปราศรัยไปโดยปริยาย นายจำรัสกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะอำเภอประโคนชัยไม่เคยมีเหตุการณ์ ในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก่อน ถือเป็นการขัดขวางการหาเสียงตามระบอบประชาธิปไตย จึงมาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุและแกนนำ ที่ได้บันทึกภาพเอาไว้เป็นหลักฐาน
ขณะ เดียวกันจะร้องขอ กกต.ให้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลความเรียบร้อยในการปราศรัยเวทีต่อไป ด้วย ส่วนกลุ่มคนที่สวมเสื้อแดงมาก่อกวน เชื่อว่าน่าจะเป็นคนของกลุ่มนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ที่ไม่ใช่คนเสื้อแดงจริงๆ
“ชวน” ลงพื้นที่หาเสียงไร้เสื้อแดง
เย็น วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครปฐม ช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อม โดยได้ไปกราบนมัสการพระร่วงโรจนฤทธิ์ พระปฐมเจดีย์ ก่อนจะขึ้นรถกระบะหาเสียงไปรอบตัวเมือง ก่อนที่จะเดินทางต่อไปที่ตลาดกำแพงแสน ซึ่งการเดินทางมาของนายชวนครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังกว่า 100 นาย ให้การดูแลอารักขาอย่างใกล้ชิด โดยจัดตำรวจขับจักรยานยนต์ตามประกบรถที่นายชวนขึ้นหาเสียง เพื่อป้องกันกลุ่มเสื้อแดงจะก่อเหตุขว้างไข่เข้าใส่อีก แต่ปรากฏว่าไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น และไร้กลุ่มเสื้อแดงที่มาชุมนุมประท้วง หลังจากช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ จ.นครปฐม นายชวนได้เดินทางช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ จ.ราชบุรี ปรากฏว่าไม่มีกลุ่มเสื้อแดงมาคอยก่อกวนเช่นเดียวกัน
“จตุพร” แขวะ “เนวิน” ตั้งม็อบป่วน
นาย จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีที่ถูกกลุ่มเสื้อแดงขว้างปาไข่ ระหว่างการปราศรัยที่ จ.บุรีรัมย์ว่า หลังการปราศรัยได้สอบถามนายโสภณ เพชรสว่าง อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย ที่ดูแลพื้นที่ดังกล่าวทราบว่า กลุ่มเสื้อแดงนี้มาจากนอกเขตเลือกตั้ง โดยกลุ่มการเมืองจัดตั้งขึ้น เพื่อให้เดินทางมาขัดขวางการปราศรัย รวมทั้งพยายามที่จะให้สื่อมวลชนเห็นว่า กลุ่มคนเสื้อแดงต่อต้าน ขอบอกว่าเราไม่หวั่นไหวเพราะเป็นแค่วิธีตื้นๆจากคนบ้องตื้น แต่ขอฝากขอบคุณไปถึงนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน
พูดแค่นี้น่าจะรู้ตัวแล้ว
นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า จากเหตุการณ์นี้เราไม่จำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ หรือไปฟันธงว่ากลุ่มเพื่อนใครอยู่ข้างหลัง เพราะสังคมรู้เอง โดยเฉพาะรู้ว่าตนและนายจตุพร ไม่มีรสนิยมกินไข่ดิบ ขอเรียกร้องกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะจัดตั้งมาอีกว่า ขอให้ต้มไข่ให้สุกเสียก่อนที่จะขว้างปาขึ้นมาบนเวที
กลุ่มเสื้อแดงซ้อมป่วนไล่ “กษิต”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า ช่วงสายวันเดียวกัน ได้มีกลุ่มรักษ์ประชาธิปไตยสนามหลวงกว่า 10 คน ได้เดินทางมายืนถือป้ายประท้วงและกล่าวโจมตีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่บริเวณริมรั้วกระทรวงฝั่ง ถ.พระราม 6 แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนบริเวณนั้นมากนัก จนกระทั่งช่วงบ่ายจึงมีกลุ่ม นปช.มาสมทบเพิ่มเติม จากนั้นเมื่อเวลา 15.00 น. ตัวแทนกลุ่มจำนวนหนึ่ง ได้เข้ามาบริเวณห้องโถงกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นจุดแลกบัตรเข้าออก เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกษิต ให้เลื่อนจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนออกไป จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง และขอให้รัฐบาลยุบสภา โดยมี น.ส.สุภาณี เลิศฤทธิ์ ผอ.กองกลาง กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้รับหนังสือ จากนั้นกลุ่มนปช.จึงเดินทางกลับ พร้อมกับบอกว่าจะกลับมาติดตามผลในสัปดาห์หน้า
จาก http://www.thairath.co.th
edit @ 9 Jan 2009 15:25:18 by FernGiggog
#1 By วิธีทำ อาหาร Dr.Chef on 2009-01-09 15:57